กระบะพุ่งชนร้านซ่อม จยย. เลย ครอบครัวเจ้าของหนีทัน คนในรถสาหัส 2

เกือบไม่รอด! หนุ่มเลยซิ่งกระบะพุ่งชนร้านซ่อมจักรยานยนต์อย่างแรง ครอบครัวเจ้าของร้านหนีตายกระเจิงคนละทิศทาง ทำร้าน-รถลูกค้าพังยับ ส่วนคนในรถพบเป็นแฟนกัน สาหัสทั้งคู่ คาดทะเลาะกันจนเกิดเหตุ

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 23 พ.ค. 59 พ.ต.ท.ไพรัช จันสิงห์ สว.สส.สภ.ด่านซ้าย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะพุ่งชนร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่ทางแยกบ้านหัวนายูง หมู่ 14 เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย หลังรับแจ้งประสานไปยังแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดด่านซ้าย ตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ชื่อ จ.เจริญยนต์ เป็นอาคาร 2 ชั้น 4 คูหา เลขที่ 174/1 หมู่ 14 บ้านหัวนายูง ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย พบรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บบ 9188 เลย พุ่งเข้าไปภายในร้านทางประตูที่ 3 และจอดแน่นิ่งที่บันไดขึ้นบ้านชั้น 2 สภาพรถเสียหายทั้งคัน พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบช่วยเหลือนำร่างออกมาจากรถ อาการสาหัส ทราบชื่อ นายเพียงภิงค์ โพธิ์ปลัด อายุ 34 ปี อยู่ที่ 73 หมู่ 9 ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นคนขับ และ น.ส.สร้อยสน รอบจังหวัด อายุ 37 ปี อยู่ที่ 213/1 หมู่ 9 ต.บ้านป่า อ.เมืองพิษณุโลก แฟนสาว นำตัวทั้ง 2 คน ส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เป็นการด่วนพังยับ! โชคดีไม่มีคนเสียชีวิต ครอบครัวเจ้าของร้านซ่อมจยย.หนีตายทัน คนในรถเจ็บ 2 ราย

สำหรับสภาพในร้าน พบรถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่นำมาซ่อมอยู่ใต้ท้องรถ เสียหายร่วม 10 คัน ข้าวของในร้าน อะไหล่รถกระจัดกระจายเสียหาย ไฟฟ้าภายในบ้านขาด เสาปูนบ้านแตกหัก บันไดปูนแตก กำแพงปูนร้าวทะลุไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน เบื้องต้น ค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ส่วน น.ส.ประกายแก้ว ประสมทรัพย์ อายุ 26 ปี เจ้าของร้าน ยืนอยู่ด้วยอาการตกใจ

น.ส.ประกายแก้ว เล่าว่า นั่งอยู่หน้าร้านพร้อมกับแม่ ลูกชาย และญาติ รวม 4 คน ที่ประตู 2 จู่ๆ รถคันดังกล่าวตรงมาจากทางแยก ขับมาอย่างเร็วไม่ได้เหยียบเบรก พุ่งเข้ามาบริเวณที่นั่งอยู่ ทุกคนต่างตกใจกระโดดหนีตายไปคนละทิศคนละทาง ส่วนรถกระบะวิ่งพุ่งเข้าชนที่ประตูที่ 3 จนสียงดังสนั่น และพบว่าทั้ง 2 คนในรถได้รับบาดเจ็บสาหัสสภาพรถกระบะพุ่งชนร้านซ่อมจยย. ที่เลย

จากการสอบสวนทราบว่า นายเพียงภิงค์ และ น.ส.สร้อยสน มักมีปากเสียงกันอยู่เป็นประจำ พักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติอยู่ติดกับร้านซ่อมจักรยานยนต์ ก่อนเกิดเหตุ นายเพียงภิงค์ ขับรถไปรับแฟนสาวที่ร้านอาหาร ซึ่งห่างออกไปประมาณ 400 เมตร คาดว่าทั้งคู่คงมีปากเสียงทะเลาะกัน จนทำให้ นายเพียงภิงค์ เกิดความโมโหเหยียบคันเร่งอย่างเร็ว และอาจมีการฉุดกระชากพวงมาลัยรถ จนทำให้เสียหลักพุ่งเข้าชนร้านซ่อมจักรยานยนต์ดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

บุกโค่นกระท่อม 35 ต้น ปลูกรอบบ้านในสวนยางเบตง เจ้าของบอกรายได้ดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง ร่วมทหาร ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังบุกโค่นกระท่อม 35 ต้น ลักลอบปลูกในสวนยาง น้ำหนักรวมกว่า 20 กิโลกรัม สารภาพปลูกไว้ขายวัยรุ่น เพราะราคางาม กก.ละ 800-1,000 บาท

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 59 พ.ต.อ.สุชาติ สอิด ผกก.สภ.เบตง สืบทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 225/26 หมู่ 7 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา มีการลักลอบจำหน่ายใบกระท่อม และปลูกต้นกระท่อมจำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เบตง ตชด.445 นปพ.32 ทหาร ชุดป้องกันชายแดน ทหารพรานที่ 33 ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้น พบ นายปรีชา ยาหัวดง อายุ 55 ปี พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ บ้านซึ่งเป็นสวนยางพารา พบต้นกระท่อมทั้งต้นใหญ่และเล็กจำนวน 35 ต้น น้ำหนักรวม 220 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว และทำการขุดต้นกระท่อมทั้งหมดที่ปลูกไว้ ตรวจค้นภายในบ้าน พบน้ำต้มพืชกระท่อม 3 ขวด น้ำหนัก 3,090 กรัม แช่อยู่ในตู้เย็น และกระสุนปืนลูกซอง 18 นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง ร่วมทหาร ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังบุกโค่นกระท่อม 35 ต้น ลักลอบปลูกในสวนยาง น้ำหนักรวมกว่า 20 กิโลกรัม

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าปลูกต้นกระท่อมไว้นานแล้ว บางต้นมีอายุ 6-7 ปี เริ่มแรกปลูกเพียงต้นเดียวเพื่อกินแก้โรคเบาหวาน ต่อมาเห็นใบกระท่อมราคาดี กิโลกรัมละ 800-1,000 บาท เพราะกลุ่มวัยรุ่นนิยมนำไปต้มเป็นยาเสพติด 4×100 และบ้านก็อยู่ในสวนยางพารา ลึก ไกลผู้คน ไม่ค่อยมีใครสัญจรผ่าน จึงปลูกเพิ่มจนมีจำนวน 35 ต้น ด้านเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ต้นพืชกระท่อมสด, น้ำต้มพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตาม.เจ้าหน้าที่ โค่นกระท่อม ปลูกในสวนยาง สารภาพปลูกขายให้กลุ่มวัยรุ่น เหตุราคางาม กก.ละ 800-1,000 บาท

ที่มา>>>Thairath

เจอแล้ว! ช้างป่าถูกรถชนเจ็บ ไม่ไกลจุดผช.ป่าไม้โดนช้างทำร้าย เสียชีวิต

ทหารพราน สนธิกำลังร่วมจนท.ป่าไม้ ค้นหาช้างป่าเขาสอยดาว 2 ตัว ที่บาดเจ็บจากถูกรถชน พบหลงโขลงยืนอยู่ในป่าไม่ไกลจุดเกิดเหตุ เฝ้าระวังหวั่นก่อเหตุทำร้ายคนซ้ำ ด้านผช.ป่าไม้ ที่ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต มีพิธีพระราชทานเพลิง 25 พ.ค. นี้

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 59 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน โดย น.อ.เลอศักดิ์ คชนันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.นย.(ค่ายเทวาพิทักษ์) อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จัดกำลังชุดลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน ออกปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ติดตามค้นหาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บ หลังโขลงช้างป่ากว่า 20 ตัว ลงจากเทือกเขาสอยดาว ออกมาหากินแนวรอยต่อระหว่าง อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน และขณะเดินข้ามถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ถูกรถยนต์ชนได้รับบาดเจ็บ 2 ตัว จนกระทั่งเกิดเหตุพุ่งทำร้าย ผู้ช่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เสียชีวิตนั้นทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการค้นหาพบช้างป่า 2 ตัว อายุราว 15-20 ปี อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก โดยตัวหนึ่งสูงใหญ่ยืนสงบนิ่ง โผล่เพียงหัวออกมาจากแนวป่า คาดว่าได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกตัวเดินหากินอยู่ใกล้ๆ กัน ยังมองไม่ออกว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ เจ้าหน้าที่ได้แต่เพียงยืนดูพฤติกรรมและสังเกตอาการอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ เพื่อไม่ทำให้ช้างเกิดอาการเครียด

ด้าน ร.อ.วิระ คุณา ผบ.ร้อย ทพ.นย.ที่ 544 เผยว่า ส่วนหนึ่งมีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่ไม่มีประสบการณ์ทราบว่า หากพบเจอช้างอย่าเข้าใกล้หรือจุดประทัดไล่ หรือทำให้ช้างบาดเจ็บ เพราะจะทำให้ช้างตกใจหันมาทำร้ายได้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือผู้นำท้องถิ่น ส่วนขั้นตอนต่อไปต้องจัดกำลังเฝ้าสังเกตอาการ พฤติกรรม นิสัยของช้างที่บาดเจ็บ หากเข้าใกล้ได้ก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าบาดเจ็บบริเวณใด เพื่อจะได้ประสานผู้เชี่ยวชาญดำเนินการช่วยเหลืออย่างไรก็ตาม ยังคงจัดชุดติดตามเฝ้าระวังทั้งกลางวันกลางคืนจนกว่าจะต้อนกลับเข้าโขลงใหญ่ต่อไป ส่วนศพ นายรัตนะ เบญจมาพงษ์ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว มีกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 25 พ.ค. ที่วัดตามูล ต.สอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี.

ที่มา>>>Thairath

ปลอบขวัญชาวบ้าน พระเสพยาสึกยกวัด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผบก.ภ.จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดอำนาจเจริญ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัด วงดนตรีของทหารคณะกระทิงแบน” ไปแสดงเพื่อเป็นการปลอบขวัญชาวบ้านโพธิ์ศิลา ณ วัดโพธิ์ศิลา หมู่ที่ 4 ต.โนนโพธิ์ อ.เมืองอำนาจเจริญ หลังจากทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองได้สนธิกำลังกันจับกุมเจ้าอาวาสและพระลูกวัดเนื่องจากมั่วสุมเสพยาบ้า ทำให้ถูกจับสึกหมดตามวัดที่เป็นข่าวไปเมื่อเร็วๆนี้

ด้านพระราชปรีชาญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดบ้านบ่อชเนง ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แต่งตั้งให้พระสมชาย อธิปัญโญ พระที่วัดบ้านนาหว้า มารักษาการเจ้าอาวาส และมีพระมาจากกรุงเทพฯรูปหนึ่ง มาจากอำเภอปทุมราชวงศารูปหนึ่ง มีพระบวชใหม่รูปหนึ่ง และมีพระจากบ้านนาหว้าตามมาอีกรูปหนึ่ง มีเณรบวชอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่เดิม 1 รูป รวมมีพระอยู่ 5 รูป เณร 1 รูป รวมเป็น 6 รูปส่วนการปกครองทางสงฆ์เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ได้มีการประสานกับทางตำรวจและโรงพยาบาลให้มีการสุ่มตรวจปัสสาวะในจุดที่สงสัย โดยจะมีชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านจะคอยเป็นหูเป็นตาไม่ให้พระประพฤติชั่วออกนอกลู่นอกทางได้

ขณะที่นายดวงจันทร์ จันทร์ศรี ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์ศิลานาหว้า หมู่ที่ 4 กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุเป็นข่าวใหญ่โด่งดังไปทั่วประเทศ ต้องยอมรับว่าชาวบ้านขวัญเสียรับไม่ได้ เพราะต้นทุนแรงศรัทธาที่ชาวบ้านมีให้กับเจ้าอาวาสและพระที่วัดนี้มีสูงมาก สังเกตได้จากการบริจาคเงินมาก่อสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิพระสงฆ์ อุโบสถและถาวรวัตถุอื่นๆล้วนมีราคาแพงนับสิบล้านบาท ตนจึงดีใจที่จังหวัดอำนาจเจริญยังเป็นห่วงไม่ทอดทิ้งชาวบ้าน.

ที่มา>>>Thairath

ทร.ไทย ต้อนรับเรือยกพลขึ้นบกกองทัพจีน เข้าร่วมการฝึก BLUE STRIKE 2016

คณะนายทหารเรือไทย เป็นผู้แทนกองอำนวยการการฝึก BLUE STRIKE 2016 ให้การต้อนรับ เรือยกพลขึ้นบก ฉางไป๋ซาน ทร.จีน เข้าเทียบท่า เพื่อร่วมการฝึก BLUE STRIKE 2016 ครั้งที่ 3 ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และสนามการฝึกบ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 59 นาวาเอกสุทธิพงษ์ อนันตชัย รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมคณะนายทหาร เป็นผู้แทนกองอำนวยการการฝึก BLUE STRIKE 2016 ให้การต้อนรับ เรือยกพลขึ้นบก ฉางไป๋ซาน Changbaishan (LHD-989) โดยมี นาวาเอกพิเศษ เจิงเชิงไห่ (Sr.Capt Zeng Shenghai) ผู้บังคับหมู่เรือฝึก กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเทียบท่า เพื่อร่วมการฝึก “BLUE STRIKE 2016 ครั้งที่ 3” ในวันที่ 21 พฤศจิกายน-9 มิถุนายน 59 ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และสนามการฝึกบ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน และนักเรียนร่วมให้การต้อนรับฝึกกำลังทหารรวมระหว่างทัพเรือไทยกับทัพเรือจีน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และสนามฝึกบ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี

รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน กล่าวว่า สำหรับการฝึกผสมแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือการฝึกทางทะเล ตั้งแต่วันที่ 22-27 พฤษภาคม 2559 เช่น การดำรงชีพในป่า, การยิงจรวดนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศ QW-1/18, การโจมตีโฉบฉวยด้วยเรือยาง, การปฏิบัติการร่วมกับ ฮ. ยุทธวิธีทหารราบยานเกราะ และ การฝึกทางบก 29 พฤษภาคม-7 มิถุนายน 2559 เช่น การรบในเมือง การรบในระยะประชิด การตรวจจับอาวุธเคมีและการเก็บกู้วัตถุระเบิด การยิงปืนฉับพลันและการยิงประกอบการเคลื่อนที่พิธีต้อนรับ เรือยกพลขึ้นบก ฉางไป๋ซาน ทร.จีน เข้าเทียบท่า เพื่อร่วมการฝึก BLUE STRIKE 2016 ครั้งที่ 3

ทั้งนี้ มีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกจากนาวิกโยธินฝ่ายไทย จำนวน 500 นาย และนาวิกโยธินฝ่ายจีน จำนวน 270 นาย สำหรับยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของฝ่ายไทยที่จัดเข้าร่วมฝึก ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง ยานเกราะล้อยาง เรือเร็วท้องแข็ง เรือยาง จรวดนำวิถี QW-18 ส่วนยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของฝ่ายจีน ประกอบด้วย เรือยกพลขึ้นบกแบบอู่ลอย เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง เรือเร็วท้องแข็ง เรือยาง รถจู่โจมหุ้มเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ 05 รถรบทหารราบหุ้มเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ 05 รถถัง Howitzer ขนาด 122 มม. และ จรวดนำวิถี QW-1 เป็นต้นยกพลขึ้นบก ของไทย-จีน ร่วมทำการฝึก

สำหรับการฝึกร่วม BLUE STRIKE 2016 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมมิตรภาพ พัฒนาความร่วมมือ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการฝึกระหว่าง กองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งเพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันทางยุทธวิธีระหว่าง หน่วยเข้าร่วมการฝึก และพัฒนาหลักนิยมในการรบตามสาขาปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง.

ที่มา>>>Thairath

เสริมสิริมงคล! รวมอลังการ 5 วัด เวียนเทียนวันวิสาขบูชาต้องไป!

วันสำคัญทางศาสนาเวียนมาบรรจบอีกครั้ง คราวนี้เป็นคิวของ วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลระดับโลก มีความสำคัญคือเป็นทั้งวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพุทธสมัยใหม่แม้จะห่างไกลเรื่องพวกนี้ไปบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อวันพิเศษแบบนี้มาถึง ทุกคนก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญ

เชื่อว่าวันที่ 20 พ.ค. 2559 หรือวันวิสาขบูชาปีนี้ หนุ่มสาวคงไม่พลาดที่จะนัดเพื่อนๆ หรือชวนครอบครัวไปทำบุญ สวดมนต์ และเวียนเทียน เพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระศาสดาของศาสนาพุทธกันอย่างเนืองแน่นเช่นเคย ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเวียนเทียนที่ไหน วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอชี้เป้าแนะนำ 5 สถานที่ที่น่าไปเที่ยวชม พร้อมร่วมกิจกรรมเวียนเทียนอย่างยิ่งใหญ่อลังการ มาฝากกัน

ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามมาดู

1. วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหารร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา 2559

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร หรือวัดภูเขาทอง เป็นวัดที่จัดกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางศาสนาอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี สำหรับปี 2559 นี้ก็เช่นกัน จะมีการจัดพิธีเนื่องในวันวิสาขบูชาตั้งแต่เช้ายันค่ำ เริ่มจากช่วง 7 โมงเช้า จะมีพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ ลานโพธิ์ลังกา จากนั้นประมาณ 9 โมงเช้า จะมีการบรรยายพระธรรมเทศนาเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถ

ต่อมา 10.20 น. พิธีบำเพ็ญพระกุศล อุทิศถวายอดีตบูรพาจารย์ ณ ศาลาการเปรียญ และช่วงเย็นมีพิธีอัญเชิญพระธรรมเจดีย์ พระไตรปิฎกโบราณ จากท้องสนามหลวงสู่วัดสระเกศ จากนั้นเวลาหนึ่งทุ่ม จะมีพิธีมอบพระธรรมเจดีย์ พระไตรปิฎกโบราณ โดย มิสเตอร์ เชทิล พาวล์เซน เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ปิดท้ายด้วย พิธีอัญเชิญพระธรรมเจดีย์ พระไตรปิฎกโบราณ ขึ้นสู่บรมบรรพต พร้อมพิธีเวียนเทียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในเวลาสองทุ่มตรง

2. มณฑลพิธีท้องสนามหลวงสนามหลวง จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ทุกปี

แม้จะไม่ใช่วัด แต่ก็มีการจัดกิจกรรมเวียนเทียนอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำในทุกๆ วันสำคัญทางศาสนาพุทธ สำหรับปีนี้ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ก็จะมีการจัดงาน วันวิสาขบูชาโลก อย่างยิ่งใหญ่เช่นเคย คิดว่าหลายคนคงเคยไปร่วมงานกันหลายหนแล้วล่ะ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปสักที ปีนี้อย่าพลาดนะจ๊ะ

สำหรับเทศกาลวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลกประจำปี 2559 เขาเริ่มจัดกันมาตั้งแต่วันที่ 14 – 20 พ.ค. 2559
มีจัดกิจกรรมที่สำคัญ และน่าสนใจมากมาย ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงบูรพกษัตราธิราช พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พิธีถวายพระราชกุศลเจริญจิตภาวนา พิธีทำบุญตักบาตรวันวิสาขบูชา กิจกรรมกวนข้าวทิพย์และเทศน์มหาชาติ วิสาขบูชากับกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแดนพุทธภูมิ นิทรรศการพระพุทธรูปสำคัญ 4 ภาค

พิธีเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสี่มุมเมือง พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ กิจกรรมไหว้พระ 9 วัดประจำรัชกาลราชวงศ์จักรีฯ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวเนื่องกับวันวิสาขบูชา โดยในวันที่ 20 พ.ค. เวลา 06.30 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 234 รูป เนื่องในวันวิสาขบูชาโลกที่สนามหลวง

3. วัดโพธิ์วัดโพธิ์ เวียนเทียนได้เช่นกัน

สำหรับวัดโพธิ์ ปีนี้ก็จะมีการจัดกิจกรรมวันวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน โดยเน้นเผยแพร่ความสำคัญของวันดังกล่าวสู่ประชาชนชาวไทยให้ทราบว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก ประชาชนสามารถไปร่วมกิจกรรมเพื่อทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สำหรับกิจกรรมวันวิสาขบูชา ประจำปี 2559 ณ วัดโพธิ์ ได้แก่ สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ สวดโอ้เอ้วิหารราย ตอบปัญหาธรรมะ ประกวดวาดภาพระบายสี ประกวดจัดโต๊ะหมูบูชา และประกวดจัดโคมอุบะ นอกจากนี้ก็ยังจะได้ชมพิธีเปิดงาน การแสดงพระธรรมเทศนาโดยพระผู้ใหญ่ และกิจกรรมเวียนเทียนรอบพระอุโบสถที่ยิ่งใหญ่ในช่วงค่ำอีกด้วย

4. วัดอรุณราชวรารามฯวัดอรุณฯ ก็สวยงามยามค่ำคืน

วัดอรุณราชวรารามฯ เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ มีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี จึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดแจ้ง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัดนี้เมื่อเวลารุ่งเช้า

สำหรับปีนี้ ทางวัดก็จะมีการจัดงานวันวิสาขบูชา 2559 อย่างยิ่งใหญ่ ทุกๆ ปีที่ผ่านมา มีพุทธศาสนิกชนชาวไทย เดินทางมาทำบุญและเวียนเทียนกันอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ก็เช่นกัน เปิดให้ประชาชนมาเวียนเทียนรอบพระปรางค์ใหญ่ ได้ตั้งแต่ช่วงเย็น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น การโยนเหรียญเสี่ยงทาย การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับวันวิสาขบูชา การเขียนใบขอพรบริเวณต้นโพธิ์ และการบรรยายแสดงธรรมเทศนาเพื่อความเป็นสิริมงคล

5. วัดสุทัศนเทพวรารามร่วมกันทำบุญตักบาตรตอนเช้า

วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 ถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการมาสักการะบูชาและท่องเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่สวยสดงดงาม

ปีนี้ทาง กทม. ก็แนะนำวัดแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 9 วัด ที่ประชาชนสามารถเดินทางมาเวียนเทียนได้ช่วงหัวค่ำ คาดการณ์ว่าจะมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างหนาแน่น

เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะไปเวียนเทียนที่วัดไหน ขอแค่จิตใจผ่องใส ไปทำบุญ สวดมนต์ ด้วยใจบริสุทธิ์ ก็เชื่อว่าจะทำให้ชาวพุทธทุกคนอิ่มบุญอิ่มใจไปเต็มๆวัดต่างๆ ที่สวยงามของไทย

ที่มา>>>Thairath

คอมเม้นวอลเลย์บอลไทย ญี่ปุ่น 2016 ชาวเน็ตทั่วโลกรุมด่าญี่ปุ่นโกง

วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016
 ควันหลงจากการแข่งขันวอลเลย์บอลโอลิมปิก 2016 รอบคัดเลือก คู่ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งไทยแพ้ไป 2-3 เซต โดยในรายละเอียดเกมการแข่งขันมีจุดที่น่ากังขาหลายจุด จนส่งผลต่อคะแนนในเกม

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ในเฟซบุ๊ก FIVB – International Volleyball Federation ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ได้ถูกชาวเน็ตทั่วโลกเข้าไปถล่มถึงการตัดสินในเกมดังกล่าวของผู้ตัดสิน เช่น ระบุว่า กรรมการช่วยให้ญี่ปุ่นชนะไทย หรือเป็นเกมที่อยุติธรรมสิ้นดี หลังเกมซาโอริ คิมุระ ไม่กล้าสู้หน้าผู้เล่นไทย พร้อมกับวิจารณ์ระบบการเปลี่ยนตัวที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยด้วย
วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016

          ขณะที่เว็บไซต์ช่อง 2 ซึ่งเป็นบอร์ดสังคมออนไลน์ชื่อดังของญี่ปุ่น ได้มีการแสดงความคิดเห็นในเกมดังกล่าวไปในเชิง รู้สึกอายต่อเรื่องดังกล่าว, ขอโทษคนไทย หรือให้ไทยสู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม กระแสในทวิตเตอร์ของญี่ปุ่นกลับล้อโค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร แทน

วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016

วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิก 2016
ที่มา>>>kapook

“ปลื้มจิตร์”โพสต์ประชดขอบคุณใบแดงที่ญี่ปุ่นให้มา

"ปลื้มจิตร์"โพสต์ประชดขอบคุณใบแดงที่ญี่ปุ่นให้มา

ด้าน “กัปตันหน่องปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันทีมกล่าวทั้งน้ำตาว่า เราเตรียมตัวมานาน แต่ผลการตัดสินถือว่าไม่แฟร์สำหรับพวกเราเลย ถ้าเลือกได้ระบบการเปลี่ยนตัวนี้ไม่เสถียร ไม่ได้ผลและทำให้เกมการเล่นสะดุด เราเสียโอกาสไป ส่วนตัวคิดว่าระบบนี้ไม่เวิร์ก

Untitled

นอกจากนี้ ปลื้มจิตร์ ยังโพสต์ในทำนองประชดประชัดผ่านเฟซบุ๊กอีกว่า “Thank you for the RED card ♦️ jp”

22222222222222

ที่มา>>>news.tlcthai

วงจรปิดจับภาพได้ นาทีรถไฟทับหนุ่มใหญ่ดับ นอนข้างราง เมา-หนีไม่ทัน

เกิดเหตุรถไฟขบวนรถด่วน 51 สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทับหนุ่มใหญ่เสียชีวิต ที่อยุธยา สอบพยานและตรวจวงจรปิด พบอยู่ในสภาพเมาสุรา ลงไปนอนข้างราง พยายามหลบรถไฟ แต่ไม่พ้น กระทั่งถูกทับเสียชีวิต …

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 18 พ.ค. 59 ร.ต.อ.กัมปนาท ศรีพระลาน รอง สว.สอบสวน สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่า พบคนถูกรถไฟเฉี่ยวชนจนเสียชีวิต บริเวณชานชาลาที่ 1 สถานีรถไฟท่าเรือ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบชิ้นส่วนมนุษย์ กระจัดกระจายตามพื้นชานชาลา และบางส่วนถูกรถไฟ ขบวนรถด่วน 51 สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ลากไปไกล กว่า 500 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกัน ทราบชื่อ ผู้ตาย คือ นายนิพล สิทธิไกล อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 117/2 ม.3 ต.สระแก้ว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ตรวจสอบพบสัมภาระเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าของผู้ตาย วางอยู่ตรงจุดพักผู้โดยสาร ใกล้จุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

สอบถาม นายบุญส่ง ดวงดี อายุ 42 ปี นายสถานีรถไฟท่าเรือ ช่วงเกิดเหตุ ประมาณเที่ยงคืนครึ่ง จะมีขบวนรถด่วน 51 สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วิ่งผ่านสถานี ตนเองจะต้องออกมาตรวจความเรียบร้อย ในขณะที่รถไฟวิ่งเข้ามาใกล้ ตนสังเกตเห็นผู้ตายทำท่าเหมือนจะหลบ แต่ไม่ทัน กระทั่งถูกรถไฟทับ เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน นายมานพ โลหิตไทย อายุ 47 ปี เล่าว่า ผู้ตายหิ้วกระเป๋าเป้ลงมาจากรถไฟ ตั้งแต่ช่วงเย็น และได้นั่งดื่มสุราด้วยกันจนเมา จากนั้นตนเองก็ขอตัวไปนอน โดยที่ผู้ตายยังนั่งดื่มคนเดียว กระทั่งมีเจ้าหน้าที่มาเรียก จึงทราบว่า ผู้ตายถูกรถไฟทับเสียชีวิตแล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุ สามารถจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยก่อนเกิดเหตุ นายนิพล ได้ลุกเดินวนไปมา จากนั้น ได้ลุกออกมาจากจุดพักผู้โดยสาร ด้วยอาการเมาสุรา ก่อนลงไปนอนริมทางรถไฟ ซึ่งขณะเกิดเหตุ รถไฟขบวนดังกล่าว พยายามสาดไฟส่องสว่าง ซึ่งนายนิพล ได้ผงกหัวขึ้นมอง และขยับตัว เพื่อหลบ แต่ไม่ทัน ถูกรถไฟทับจนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบจากก้องวงจรแล้ว สันนิษฐาน ว่า นายนิพล ผู้ตาย อยู่ในอาการเมาสุราอย่างหนัก และอาจจะไม่รู้ตัวว่าตนเองเดินลงไปนอนใกล้รางรถไฟ พอมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเห็นรถไฟวิ่งผ่านมา จึงพยามจะหลบ แต่ไม่พ้น จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

กระบะขนเมียนมา ชนต้นไม้ที่ตาก คนขับดับ-เจ็บ 13 ราย

กระบะขนแรงงานเมียนมา จากกรุงเทพฯ ส่งชายแดนแม่สอด เสียหลักชนต้นไม้ บนถนนสายตาก-วังเจ้าสายเก่า คนขับดับ เจ็บอีก 13 ในจำนวนนี้ สาหัส 6 คาดหลับใน เร่งสอบ …

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 พ.ค.2559 ร.ต.อ.จิตติพงศ์ จินาเคียน ร้อยเวร สภ.เมืองตาก จ.ตาก รับแจ้งอุบัติเหตุที่ ถนนสายตาก-วังเจ้าสายเก่า หลัก กม. 8-9 บ้านท่าไม้แดง หมู่ 13 ต.วังหิน อ.เมือง จ.ตาก จึงรุดไปสอบสวนพร้อมด้วย แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ หน่วยกู้ภัย อบจ.ตาก หน่วยกู้ภัยมูลนิธิตากร่วมใจสงเคราะห์ และหน่วยกู้ภัยระแหงเจ้าหน้าที่เร่งช่วยผู้บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้าไฮลักซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1ฒช 4297 กรุงเทพมหานคร ด้านหลังกระบะมีผ้าใบสีดำคุมมิดชิด สภาพด้านหน้าพังยับเยินล้อหน้าด้านขวาหลุด พบคนขับเป็นชายไม่ทราบชื่อ เสียชีวิตคาที่นั่งด้านคนขับ พบผู้บาดเจ็บกระเด็นกระจัดกระจายเต็มถนน เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดเอาร่างผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บออกจากซากรถ รวมมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เจ็บสาหัส 6 ราย และ บาดเจ็บไม่สาหัส 7 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจนท.นำเครื่องตัดถ่าง ช่วยผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ออกจากซากรถ

สอบสวนทราบว่า รถกระบะดังกล่าวบรรทุกแรงงานชาวเมียนมา ชาย หญิงจำนวน 13 คน มาจากกรุงเทพฯ เพื่อไปส่งที่ชายแดนอำเภอ แม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้เส้นทางตาก-วังเจ้าสายเก่า เพื่อเลี่ยงด่านตรวจต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขับมาด้วยความเร็วสูง มาถึงที่เกิดเหตุ เกิดหลับใน ทำให้ชนต้นไม้ข้างทาง ล้อหลุดติดกับต้นไม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เบื้องต้น ไม่พบรอยเบรกที่ถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath