5 โรคควรระวัง ในฤดูฝน

5 โรคควรระวัง ในฤดูฝน
     แม้ฝนจะมาล่าช้า แต่ตอนนี้ก็มาพอให้ชุ่มฉ่ำกันบ้างแล้ว…ซึ่งกรมควบคุมโรคก็ได้ออกประกาศเตือนถึง 5 กลุ่มโรคควรระวังในช่วงฤดูฝน เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลายชนิด และสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย ดังนี้ค่ะ


1. โรคติดต่อทางระบบหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดอักเสบ
2. โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ  โรคมาลาเรียและโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา
3. โรคติดต่อทางอาหารและน้ํา ได้แก่  โรคอหิวาตกโรคและโรคไวรัสตับอักเสบเอ
4.โรคติดต่ออื่น ๆ ได้แก่ โรคมือ เท้า ปากและโรคเลปโตสไปโรสิส
5. ภัยสุขภาพอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่  อันตรายจากสัตว์มีพิษ ภัยจากฟ้าผ่า และอุบัติเหตุทางถนน

ที่มา>>>Sanook

สาเหตุของผมร่วง ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์

สาเหตุของผมร่วง ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์

อธิบดีกรมการแพทย์เตือนผมร่วงต่อเนื่องเกินวันละ 30-50 เส้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ชี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่เกิดจากโรคหรือความผิดปกติของร่างกาย เช่น โรคเอสแอลอี ไทรอยด์ ซิฟิลิส โรคตับ โรคไต

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โดยปกติผมของคนเรามีประมาณ 80,000-1,200,000 เส้น งอกยาวขึ้นประมาณวันละ 0.35 มิลลิเมตรและมีอายุนาน 2-6 ปี ซึ่งปกติจะมีผมร่วงเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เกินวันละ 30-50 เส้น ดังนั้น ผมร่วงผิดปกติอาจเกิดจากสาเหตุๆ เช่น ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ พบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้ชายมากกว่า เนื่องจากรากผมมีความไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เส้นผมมีอายุสั้นกว่าปกติและเส้นผมที่เกิดใหม่มีขนาดเล็กและบางลง ส่วนมากจะเป็นบริเวณกลางศีรษะและหน้าผากเริ่มสังเกตได้เมื่อมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป ส่วนผู้หญิงมักแสดงอาการหลังวัยหมดประจำเดือน ผมร่วงเนื่องจากผมหยุดเจริญชั่วคราว

ในแต่ละวันจะมีเส้นผมประมาณ 10-15% ที่หยุดเจริญและหลุดร่วงไป แต่ในบางภาวะเส้นผมที่กำลังเจริญอาจหยุดการเจริญในทันที ทำให้มีเส้นผมเสื่อมและหลุดร่วงเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติ เช่น ผู้หญิงหลังคลอด ทารกแรกเกิด หลังจากเป็นไข้สูง ได้รับการผ่าตัดใหญ่ เจ็บป่วยเรื้อรัง การเสียเลือด การบริจาคเลือด การใช้ยาบางชนิด และภาวะเครียดทางจิตใจ ผมร่วงชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นใน 1-3 เดือน หลังจากนั้นจะหยุดร่วงและงอกขึ้นใหม่ตามปกติผมร่วงเป็นหย่อม เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด จะมีอาการผมร่วงเฉพาะที่ในรูปแบบกลมหรือรี มีขอบเขตชัดเจน ตรงกลางไม่มีเส้นผม หนังศีรษะในบริเวณนั้นไม่แดง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เป็นสะเก็ดหรือเป็นขุย บางคนอาจพบเส้นผมสีขาวขึ้นในบริเวณนั้น ผู้ป่วยอาจมีผมร่วงเพียง 1-2 หย่อม หรืออาจมากกว่า 10 หย่อม ถ้าเป็นมากอาจลุกลามจนทั่วศีรษะ บางคนอาจมีขนตาและขนคิ้วร่วงร่วมด้วย ผู้ป่วยบางคนอาจหายไปเองตามธรรมชาติ แต่อาจกินเวลาเป็นปี บางคนเมื่อรักษาหายแล้วอาจกำเริบได้ใหม่ เป็นๆ หายๆ บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นร่วมกับโรคต่อมไทรอยด์และโรคด่างขาว

ผมร่วงจากการถอนผม พบได้บ่อยในเด็กที่มีปัญหากดดันทางจิตใจด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ปัญหาทางครอบครัว ปัญหาการเรียน เด็กบางคนอาจถอนผมเล่นจนเป็นนิสัย ผู้ป่วยจะถอนผมตัวเองจนผมแหว่ง หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงจะไม่มีผื่นคันหรือเป็นขุย และจะพบเส้นผมที่เป็นตอสั้นๆอยู่มาก เนื่องจากผู้ป่วยถอนออกไม่ถนัด

ผมร่วงจากเชื้อรา โรคเชื้อราที่ศีรษะ (กลากที่ศีรษะ) อาจพบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากการติดเชื้อรา โรคนี้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ เป็นผื่นแดงคันและเป็นขุยหรือสะเก็ด นอกจากนี้ มักจะพบร่องรอยของโรค เชื้อรา (กลาก) ที่มือ เท้า ลำตัวหรือในบริเวณร่มผ้าร่วมด้วย

ผมร่วงจากการทำผม การทำผมด้วยการม้วนผม ย้อมสีผม ดัดผม เป่าผม หรือวิธีอื่นๆ อาจทำให้ผมร่วงได้ จากการที่มีหนังศีรษะอักเสบ หรือเส้นผมเปราะหัก

ผมร่วงจากยาและการฉายรังสี ยาที่อาจทำให้เกิดอาการผมร่วงมีอยู่หลายชนิด เช่น ยารักษามะเร็ง การฉายรังสีในการรักษามะเร็ง ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยารักษาคอพอกเป็นพิษ ยาคุมกำเนิด ยาใช้ป้องกันโรคเกาต์

ผมร่วงจากโรคอื่นๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเอสแอลอี อาจมีอาการ ผมร่วง ผมบาง ร่วมกับอาการไข้เรื้อรัง ปวดตามข้อ มีผื่นปีกผีเสื้อขึ้นที่หน้า โรคเรื้อรังบางอย่าง ก็ทำให้ผมร่วงได้ เช่น ไทรอยด์ ซิฟิลิส โรคตับ โรคไต

อธิบดีกรมการแพทย์ แนะนำข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ว่า

1. ควรสระผมทำความสะอาดเส้นผมและผิวหนังของศีรษะอย่างสม่ำเสมอ

2. ไม่ควรเกาหรือขยี้หนังศีรษะแรงจนเกินไป

3. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับหนังศีรษะ เช่น การย้อม ทำสี ดัด ผมที่บ่อยเกินไป

4. หลีกเลี่ยงการดึงหรือถอนผมเล่น

5. หลีกเลี่ยงความเครียดเพราะจะกระตุ้นให้อาการผมร่วงมากขึ้น

ที่มา>>>Sanook

โจรแสบ!! ขับกระบะ-ลากตู้เอทีเอ็มหน้าห้างดัง ไม่สนพนักงานอยู่ในห้าง

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งมีเหตุคนร้ายพยายามจะก่อเหตุลักทรัพย์ โดยการใช้ลวดสลิงพยายามลากตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งไว้หน้าห้างโลตัส เอ็กซ์เพรสที่ตั้งอยู่ริมถนนสายอ่างทอง-อยุธยา หมู่ที่ 1 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้ง จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ ร.ต.อ.จตุพล เทสินทโชติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง และ พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.สภ.เมืองอ่างทอง และ พ.ต.ท.บุญญาภิวัฒน์ บุญนิ่ม สว.สป.สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ กำลังตรวจสอบบริเวณตู้เอทีเอ็มที่มีคนร้ายขับรถกระบะมา แล้วใช้ลวดสลิงขนาดยาวทำเป็นตะขอมาเกี่ยวตู้ ก่อนที่จะใช้รถปิกอัพลากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว แต่ลวดสลิงเกิดขาด ประกอบกับมีคนมาซื้อของ คนร้ายจึงขับรถหลบหนีไป จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า คนร้ายที่มาก่อเหตุ น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน โดยขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า แบบแค็ป สีบรอนซ์เงิน เข้ามาวนดูที่เกิดเหตุก่อน เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. โดยเห็นว่าตอนนั้นมีคนมาซื้อของมาก ไม่สะดวกในการลงมือก่อเหตุ จึงได้ขับรถวนออกไปก่อน และวนรถกลับมาอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เมื่อมาถึงเห็นปลอดคน มีเพียงพนักงานขายของห้างที่อยู่ภายในห้างเพียง 2 คน จึงได้ก่อเหตุ โดยหนึ่งในคนร้ายได้สวมหมวกไอ้โม่งคลุมหน้า แล้วเดินลงมาจากรถ พร้อมนำลวดสลิงมาคล้องที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งติดตั้งไว้ด้านหน้าของห้างดังกล่าว เมื่อคล้องลวดสลิงเสร็จเรียบร้อย ก็ส่งสัญญาณให้เพื่อนที่อยู่ในรถ ขับรถออก เพื่อที่จะลากตู้เอทีเอ็มออกมา แต่ระหว่างที่ลากอยู่นั้น ลวดสลิงเกิดขาด ประกอบกับมีคนมาซื้อที่ของที่ห้าง คนร้ายจึงตัดสินใจขึ้นรถแล้วพากันหลบหนีไป โดยทิ้งลวดสลิงที่ขาดไว้ ซึ่งหลังตรวบสอบตู้ พบว่าตู้ได้มีการขยับเคลื่อนออกมาบ้างแล้ว สำหรับเหตุการณ์ลักษณะนี้ ยังไม่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดอ่างทอง คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งเดียวกับที่ก่อเหตุที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งคนร้ายแก๊งนี้อาจจะขับรถตระเวนไปตามที่ต่างๆ แล้วสังเกตดูว่า จุดไหนมีการตั้งตู้เอทีเอ็มไว้ในจุดที่เปลี่ยว ก็จะลงมือโดยการเข้ามาสังเกตการณ์ล่วงหน้าก่อนก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับห้างโลตัสดังกล่าว จะอยู่ใกล้เคียงกับโรงงานขนาดใหญ่ 2 แห่ง โดยในช่วงหัวค่ำจะมีคนมาซื้อของเป็นจำนวนมาก แต่ช่วงดึกคนจะน้อย และเปลี่ยว จะมีคนมากก็ต่อเมื่อช่วงเวลาเปลี่ยนกะเข้างานของโรงงานเท่านั้น และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้หน้าห้าง จำนวน 1 ตัว ก็ไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้ชัดเจน และมีป้ายโฆษณาต่างๆ ห้อยอยู่หน้าห้าง ทำให้ปิดบังการจับภาพของกล้อง และเมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทางห้างแจ้งว่ายังไม่สามารถให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบได้ เนื่องจากต้องรอผู้จัดการของห้างมาก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

บ่นอยากตาย รุ่งเช้าหายตัวจากบ้าน ญาติตามหา-ผงะเจอศพแขวนต้นไม้!!

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.จิระวัฒน์ ประเสริฐ์กุลศิริ ร้อยเวร สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้งเหตุ แขวนคอตาย เหตุเกิดที่บ้านสันใจยา ม.9 ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน หลังรับแจ้งได้รายงานให้กับทางผู้บังคังบัญชาทราบตามลำดับ จากนั้นได้แจ้งแพทย์เวร โรงพยาบาลลำพูน ได้รับทราบ พร้อมทั้งร่วมกันไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีเพิงพักด้านหลังบ้าน ใกล้ๆ กับบ้าน พบศพของนายประเสริฐ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน ใช้สายไฟฟ้ามัดคอตัวเองติดกับต้นไม้หลังบ้านเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมานานกว่า 8 ชั่วโมง โดยสภาพศพเสียชีวิตในลักษณะนั่ง ผู้ตายสวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ จากการสอบสวนญาติของผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคลมชักมาแต่กำเนิด หากทำงานเหนื่อยจะเป็นลมชักขึ้นมาทันที และก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต ผู้ตายได้นั่งดูรายการทีวีในบ้าน และบ่นว่าอยากตาย โดยญาติไม่คิดว่าผู้ตายจะแขวนคอตนเอง พอรุ่งเช้าญาติๆ เดินมาหาแล้วเรียกชื่อผู้ตาย ก็ไม่มีเสียงตอบ เลยออกเดินหากัน จนมาพบเป็นศพแขวนคอตายดังกล่าว

หลังจากสอบสวนในที่เกิดเหตุแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้เสียชีวิตไปตรวจชันสูตรที่ รพ.ลำพูน เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แล้วจะมอบศพให้กับทางญาติไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พระราชทานเพลิงศพ 3 นักบินคนแห่อาลัยแน่นวัด ทอ.เร่งสอบเหตุฮ.ตกคาดรู้ผลเร็วๆนี้

จากเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อเกิดเหตุฮ.กองทัพอากาศตกที่เขาชะเมา รอยติดต่อจ.ระยอง-จันทบุรี เป็นเหตุให้น.ต.พสิษฐ์ เตชะเสน นักบิน (เตรียมทหารรุ่นที่ 41) ร.อ.อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน (เตรียมทหารรุ่นที่ 46) และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ พุทธรักษา เจ้าหน้าที่ช่างประจำเฮลิคอปเตอร์เสียชีวิต ทอ.จัดกองเกียรติยศรับศพ ก่อนนำทำพิธีวัดพระศรีมหาธาตุบางเขน และเก็บหลักฐานหาสาเหตุการตกแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่เมรุ 1 ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพน.ต.พสิษฐ์ เตชะเสน นักบิน ร.อ.อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ พุทธรักษา เจ้าหน้าที่ช่างประจำเฮลิคอปเตอร์เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 (UH-1H) หมายเลข 22/12 หน่วยบิน 2034 สังกัดฝูงบิน 203 กองบิน 2 จ.ลพบุรี ที่ประสบอุบัติเหตุตกในขณะปฏิบัติภารกิจลำเลียงทางอากาศส่งอุปกรณ์บริเวณสถานีโทรคมนาคมเขาชะเมา จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศเข้าร่วมพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของญาตินายทหารทั้ง 3 นาย นอกจากนี้ ยังมีเพื่อนนายทหารและประชาชนทั่วไปร่วมแสดงความไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการแจกหนังสือรวบรวมประวัติของ 3 นายทหารและคำไว้อาลัยจากผู้บังคับบัญชา ญาติ และเพื่อนร่วมงานเป็นครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ น.ต.พสิษฐ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 41 ส่วนร.อ.อลงกรณ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 46 และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ เจ้าหน้าที่ช่างประจำเฮลิคอปเตอร์ เป็นนักเรียนจ่าอากาศ รุ่นปี 2536 อย่างไรก็ตาม นายทหารทั้ง 3 นายได้รับสิทธิกำลังพลปูนบำเหน็จพิเศษ 8 ขั้น ได้รับพระราชทานยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังต่อไปนี้ น.ต.พสิษฐ์ เป็นพล.อ.ท.เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) ได้รับเงินสงเคราะห์ข้าราชการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จำนวน 3,009,831 บาท ร.อ.อลงกรณ์ เป็นน.อ. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) ได้รับเงินสงเคราะห์ข้าราชการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จำนวน 2,532,083 บาท และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ เป็นพล.อ.ต. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.) ได้รับเงินสงเคราะห์ข้าราชการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จำนวน 2,762,661 บาท

พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณหุบเขาชะเมาแล้วและนำชิ้นส่วนซากเฮลิคอปเตอร์ที่ประสบอุบัติเหตุในส่วนที่สำคัญมาตรวจสอบ และวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ตก ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปเร็วๆนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดแฟ้มชีวิต”ครูอิ๋ว” เป็นเด็กกตัญญู-ใฝ่ฝันเป็นครูตั้งแต่เล็กๆ และที่มาของฉายา”นางฟ้า”

 เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่วัดบ้านบุ่งค้า หมู่ 3 ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด นายสนิท โทวรรณา พ่อครูอิ๋ว และญาติ ได้นำผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณกองฟอนที่เผาศพครูอิ๋ว ซึ่งยังมีควันไฟครุกกรุ่นอยู่ นายสนิท กล่าวว่า ตามประเพณีท้องถิ่นจะต้องเก็บกระดูกหลังจากที่เผาแล้ว 3 วัน จากนั้นจะนำกระดูกที่ได้ไปทำความสะอาดประพรมน้ำหอม ทำพิธีทางสงฆ์ แล้วจึงนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำชีข้างวัดบ้านบุ่งค้า และนำกระดูกอีกส่วนหนึ่งมาไว้ที่บ้าน คุณพ่อครูอิ๋ว กล่าวทั้งสะอื้นไห้ว่า ชาติหน้าอยากให้ครูอิ๋วเกิดมามีเงินทองเยอะๆ จะได้ไม่ลำบาก อยากให้เป็นครูที่ดีอย่างที่ครูอิ๋วได้ตั้งใจไว้ ส่วนที่บ้านของครูอิ๋ว นายปรัชญา โทวรรณา พี่ชายครูอิ๋ว ได้เล่าความหลังของครูอิ๋วให้ฟังว่า ครูอิ๋วเป็นเด็กที่ดี ตั้งใจเรียน ประหยัดอดออม มักจะเก็บเงินใส่กระปุกออมสินไว้เสมอ แม้ตอนที่เผาของใช้ส่วนตัว กระปุกออมสินก็ยังคงมีเงินใส่อยู่หลายกระปุก “ผมยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียน้องสาว ครูอิ๋วมีเพื่อนมากมายและเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในส่วนของเรื่องคดีความ อยากให้มีบทลงโทษขั้นสูงสุดไม่อยากให้ลดโทษแต่อย่างใด อยากให้เป็นคดีตัวอย่างของประเทศไทย และขอฝากขอบพระคุณทุกกำลังใจที่ให้กับครอบครัวโทวรรณา” ในขณะที่ให้สัมภาษณ์ ทางครอบครัวโทวรรณากำลังปรึกษาเรื่องของการเดินทางไปที่พักที่ จ.สระบุรี ที่ซึ่งครูอิ๋วเสียชีวิต เพื่อจะไปเปิดประตูห้องพักและเชิญดวงวิญญาณของคุณครูอิ๋วกลับบ้าน ตามที่เพื่อนสนิทของครูอิ๋วฝัน ครูอิ๋วอยากกลับบ้าน นายพรนิวัฒน์ สนั่นเอื้อ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม เป็นครูที่เคยสอนครูอิ๋วมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และสนิทสนมมักคุ้นเป็นพิเศษกับครูอิ๋ว เปิดเผยว่า ครูอิ๋วจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปี 2544 จากโรงเรียนบ้านบุ่งค้าแก่งข่า ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม ในปี 2552    ในช่วงที่ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา เป็นผุ้ที่มีความประพฤติดี สุภาพเรียบร้อย และช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนอยู่เสมอ เป็นผู้มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆและคณะครูในโรงเรียน มีความขยันและตั้งใจเรียน สุดท้ายจบระดับปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ วิชาเอกเคมี จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2556  ในวัยเด็กครูอิ๋วมีความใฝ่ฝันอยากเป็นครู เพราะจะเล่าถึงความปรารถนาให้บิดามารดาและคุณครูฟังอยู่เสมอ เพราะอาชีพครู เป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือสังคม และสร้างสรรค์ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครูอิ๋วได้เข้าทำงานเป็นครูที่โรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สอนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สมดั่งตั้งใจ นอกจากนี้ ครูอิ๋วยังเป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที รักครอบครัว ในระหว่างที่ทำงาน ที่โรงเรียนแสงวิทยา ก็จะส่งเงินมาให้บิดามารดาอย่างสม่ำเสมอ และส่งตัวเองเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และจบการศึกษาในปี 2559 ส่วนชีวิตรักของครูอิ๋วนั้น วางแผนไว้ว่าจะแต่งงานกับร.ต.ต.ธเนตร แก้วหาญ ในราวต้นปีหน้า แต่แล้วความฝันและสิ่งที่ต้องการก็ต้องมลายสิ้นไป เมื่อเหตุเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกวันที่ 2 กรกฏาคม ที่ผ่านมา นำมาซึ่งความโศรกเศร้าเสียใจ ของบิดา มารดา คนรัก ญาติพี่น้อง สำหรับประวัติครูอิ๋วนั้น เกิดวันที่ 12 พฤษภาคม 2532 ที่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 3 บ้านบุ่งค้า ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เป็นบุตรของนายสนิท และนางจันทร์ศรี โทวรรณา มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน 3 คนดังนี้ 1.นายปรัชญา โทวรรณา รับราชการครู กศน.อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด 2.นางศิริญา เอกตาแสง ครูโรงเรียนวัดช่องลม เขตคลองเตย กทม. 3.นางสาวจุฬารัตน์ โทวรรณา ครูโรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  จบการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น ในปี 2544 จากโรงเรียนบ้านบุ่งค้าแก่งข่า ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม ในปี 2550 จบระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  คณะวิทยาศาสตร์ วิชาเอกเคมี ในปี 2556 หลังจบการศึกษาแล้วนางสาวจุฬารัตน์ฯ ได้เข้าทำงานที่โรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ในปี 2557 เป็นต้นมาจนเสียชีวิต นอกจากนี้ครูอิ๋วมีชื่อที่เพื่อนๆเรียกกันว่า “นางฟ้า” เพราะะช่วงเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครูอิ๋วเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้าน ถูกส่งเข้าประกวดชิงตำแหน่งธิดาองค์พระธาตุ อำเภอเชียงขวัญ ประจำปี 2550 และครูอิ๋วก็ได้รับตำแหน่ง “ธิดาองค์พระธาตุ ประจำปี 2550” และมีแมวมองมาติดต่อเพื่อส่งเข้าประกวดหลายรายการแต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากต้องการทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนหนังสือ

ที่มา>>>ข่าวสด

ผู้ว่าฯฮึ่มเพจ “ร้อนเงิน@ไซท์ไลน์อุตรดิตถ์” ยังซื้อขายกามปกติ แถมสมาชิกพุ่งพรวด!

ผวจ.อุตรดิตถ์เผย พบเจ้าทุกข์ตกเป็นเหยื่อ 4 ราย อายุ 14-17 ปี ขณะที่เพจดังมีสมาชิกเข้าเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวหลังตกเป็นข่าว จังหวัดเตรียมประสานกระทรวงไอซีทีปิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าว จ.อุตรดิตถ์ รายงานความคืบหน้าการซื้อขายบริการทางเพศผ่านเพจเฟสบุ๊ค “ร้อนเงิน@ไซท์ไลน์อุตดิตถ์” โดยนำรูปผู้หญิงสาวซึ่งเป็นเด็กนักเรียน อายุ 14-18 ปี มาเสนอให้บริการทางเพศ ในราคาค่าตัว 800-1,500 บาท และขายบริการให้เฉพาะสมาชิก ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ เข้าจับกุมนายนายวิษณุ โนมั่น อายุ 25 ปี เจ้าของเพจไปแล้ว ในข้อหากระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ ในฐานะเป็นผู้เผยแพร่สื่อลามกอนาจาร พร้อมกับหญิงอายุ 18 ปี, ชาย อายุ 17 ปี และ ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี โดยแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณี

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวิษณุ พร้อมด้วยหญิงอายุ 18 ปี ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ตามอำนาจของพนักงานสอบสวนที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อเตรียมสอบขยายผลเอาผิดกับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์และเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวชาย อายุ 17 ปี และเด็กหญิง อายุ 14 ปี เป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีในข้อหาเดียวกัน ส่งศาลเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ในการสอบสวนขยายผลได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์(พม.)จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำงานไปด้วยกัน โดยหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเว็บเพจซื้อขายบริการทางเพศซึ่งมีความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ในการแพร่ภาพลามกอนาจาร และขยายผลถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อขายหรือจัดหาบริการทางเพศผ่านเว็บเพจ ร้อนเงิน@ไซท์ไลน์อุตดิตถ์ เพราะเป็นการทำลายชื่อเสียงคนอุตรดิตถ์อย่างไม่ควรให้อภัย ใครที่มีส่วนร่วมต้องนำตัวมาลงโทษเพิ่มเติมให้ได้ ซึ่งในตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งขยายผลหาผู้กระทำความผิดเพิ่มอยู่

“เราคงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ขยายผลหาผู้กระทำความผิดเพิ่มในระยะหนึ่ง เนื่องจากเรามีหน่วยงาน พม.ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ทั้งที่เป็นข้าราชการและพนักงาน มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์โดยตรง คัดแยกและคัดกรองเหยื่อแยกออกจากกลุ่มผู้ใช้บริการ รวมถึงเหยื่อที่อยู่ในเว็บเพจที่พร้อมจะเข้ามาเป็นพยานเอาผิดกับกลุ่มที่หลอกให้หลงเชื่อจนเป็นเหตุให้เด็กมีการขายตัว”

สำหรับเจ้าทุกข์ซึ่งเป็นเด็กหญิงและหญิง ที่มีอายุ 14-17 ปี จำนวน 4 คน ซึ่งตกเป็นเหยื่อ เจ้าหน้าที่ พม.ได้นำเด็กไปพักฟื้นสภาพจิตใจที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จ.พิษณุโลก พร้อมคุ้มครองในฐานะที่เป็นเจ้าทุกข์เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาที่เป็นธุระจัดหาในคดีนี้ โดยมีนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาดูแล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเพจเฟสบุ๊ค”ร้อนเงิน@ไซท์ไลน์อุตรดิตถ์” มีสมาชิกเพิ่มขึ้นจากเดิม 2,892 คน เป็น 4,224 คน ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เพื่อทำการปิดเว็บเพจนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

40 สาวงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ถวายพระพร – สักการะพระแก้วมรกต

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.ค. สาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ทั้ง 40 คน เดินทางไปทำกิจกรรมทัศนศึกษาสถานที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร โดยแต่งกายชุดไทยร่วมสมัย สวมเสื้อสีขาวและนุ่งผ้าพื้นเมืองปาเต๊ะของภาคใต้ เริ่มจากเข้าสักการะขอพรศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร จากนั้นเดินทางไปลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง โดยสาวงาม 40 คนเยี่ยมชมและทัศนศึกษาภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอธิบาย พร้อมเข้าสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ภายในอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามและชมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยมีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาขอถ่ายภาพด้วยจำนวนมาก 

ที่มา>>>ข่าวสด

ภาพสุดสลด!! น้องก้มกราบศพร้องไห้ พร่ำบอกขอโทษ-ช่วยชีวิตพี่ชายไม่ได้

 เวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่คลองท่าตะเภา ม.2 ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จ.ตราด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ หลังมีคนจมน้ำ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด จึงได้ประสานชุดประดาน้ำจากอำเภอเมืองและอำเภอเขาสมิง เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงคลองท่าตะเภา เจ้าหน้าที่ต้องลงเรือไปยังจุดเกิดเหตุอีก 500 เมตร พบชาวบ้านและญาติกำลังช่วยกันค้นหากว่า 10 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้วางแผนการค้นหา และส่งชุดประดาน้ำ 4 นาย ลงไปช่วยค้นหา ซึ่งระหว่างที่นักประดาน้ำกำลังจัดระเบียบการค้นหา ปรากฏว่าญาติที่กำลังค้นหาอีกจุดหนึ่ง ได้พบศพผู้เสียชีวิตที่จมน้ำ จึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาจากน้ำ ทราบชื่อ คือ นายเสนาะ น้อยมานพ อายุ 67 ปี อยู่ ม.6 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.ตราด ท่ามกลางความเศร้าโศก เสียใจ ญาติที่ยืนเฝ้าดูเหตุการณ์ โดยเฉพาะนายวิชิต น้อยมานพ อายุ 52 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต ที่ก้มกราบแล้วขอโทษที่ไม่สามารถช่วยพี่ชายตนเองได้ นายวิชิต กล่าวว่า ตนเองพร้อมพี่ชาย และ นายสงคราม นาพยัคฆ์ เพื่อนอีก 1 คน ได้เดินทางมาทอดแห หาปลาบริเวณคลองท่าตะเภา อยู่บ่อยครั้ง แต่วันนี้ ได้เดินทางลงทอดแหริมคลองตามปกติ ไม่นาน พี่ชายตัวเองถูกน้ำที่ไหลเชี่ยว พัดลงไปในคลอง ซึ่งตนเองและเพื่อนได้พยายามดึง เพื่อช่วยพี่ชายของตน ขณะนั้นมีชาวบ้านอีกกลุ่มอยู่ใกล้กันได้พยายามเข้าช่วย แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้พี่ชายตัวเองจมหายลงไปในน้ำ ต่อหน้าต่อตา จนเสียชีวิต อย่างก็ไรตาม ญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตของนายเสนาะ น้อยมานพ ซึ่งร้อยเวร สภ.เมืองตราด และแพทย์เวรโรงพยาบาลตราด ได้ร่วมกันชันสูตรศพ ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร๋ว่อนคลิปแท็กซี่ใจร้าย ขับทับสุนัขแบบเต็มๆ ชี้เข้าข่ายทารุณสัตว์!!

คลิปนี้เผยแพร่โดย  Your Clip เป็นเหตุการณ์ที่ถ่ายจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นช่วงที่แท็กซี่คันหนึ่งเข้าเข้ามาในซอย แต่มีสุนัขตัวหนึ่งยืนขวางถนนอยู่ แต่แทนที่โชเฟอร์แท็กซี่จะบีบแตรหรือชะลอให้สุนัขหลบ กลับขับทับสุนัขตัวนี้กลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถจนบาดเจ็บโดยเจ้าของคลิประบุว่า “แชร์ให้ด่วน แชร์ให้ไว เอาตัว Taxi คันนี้มาลงโทษ ทะเบียน มจ —- กรุงเทพมหานคร #อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ที่มา——@วรมินทร์ พลนาบ[เจ้าของสุนัข]

อย่างไรก็ตาม มีคนเข้ามาแสดงความเห็นว่าพฤติกรรมของแท็กซี่คันนี้เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์หรือไม่ เพราะเหมือนกับว่าเจตนาจะขับชนสุนัขเลย

ที่มา>>>ข่าวสด