ดับคาเรือ!! หนุ่มดื่มแก้หนาว-อาเจียนรุนแรง รีบส่งรพ.ไม่ทันเวลาแล้ว

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ ได้รับแจ้งเหตุจากนายนพรัตน์ ศิริเอนก อายุ 47 ปี อยู่หมู่ 5 ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมือง ตราด ไต๋ผู้ควบคุมเรือประมงโชครุ่งเรือง tm 927 e ซึ่งเป็นเรือไดหมึกว่า มีลูกจ้างแรงงานภายในเรือประมงมีการอาเจียนอย่างหนัก ขอให้ช่วยนำส่งโรงพยาบบาล ซึ่งกำลังนำเรือเข้าเทียบฝั่งบริเวณสะพานปลาอ่าวน้อย จึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร พร้อมหน่วยกู้ชีพรวม 6 นาย นำรถพยาบาลเคลื่อนที่ฉุกเฉินไปจอดรอที่บริเวณสะพานปลาป้าฮวย หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงได้ลงไปตรวจสอบภายในเรือ พบว่าผู้ป่วยได้นอนเสียชีวิตแล้ว ในระหว่างนำเรือเข้าฝั่ง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.ท. หญิง สุภาภรณ์ ดวงกันยา พงส.สภ.เมืองประจวบฯ ร.ต.ต.ถาวร หอมหวล รอง สวป.สภ.เมืองฯ ร่วมตรวจสอบชันสูตร เบื้องต้นทราบชื่อ คือ นายสมเกียรติ ไม่ทราบนามสกุล เป็นชาวไทยผลัดถิ่นที่ตกสำรวจ และถือสัญชาติเมียนมา อยู่ ถ.สัมฤทธิ์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง และเป็นลูกจ้างของ น.ส.พานี บุญรอด เจ้าของเรือประมงโชครุ่งเรืองลำเกิดเหตุ นอนเสียชีวิตในห้องพัก ภายในเรือในสภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ   ส่วนสาเหตุ นายนพรัตน์ ไต๋ควบคุมเรือให้การว่า ที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตชอบดื่มเหล้าขาวเป็นประจำ และไม่ทราบว่ามีโรคประจำตัวอยู่หรือไม่ ขณะนำเรือออกทำงานอยู่ในทะเลอากาศหนาว ผู้เสียชีวิตได้มีอาการอาเจียน อย่างรุนแรง ตนจึงได้นำยาหอมผสมน้ำให้ดื่มเพื่อลดอาการ แล้วรีบนำเรือเข้าฝั่ง พร้อมประสานให้หน่วยกู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อมาถึงจึงได้ทราบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบชันสูตร ตามร่างกายไม่พบบาดแผล และร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงได้นำศพส่งให้โรงพยาบาลประจวบ ตรวจสอบชันสูตรถึงสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัดอีกครั้ง หากญาติไม่ติดใจเอาความ ก็จะให้รับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โหดขับรถจี้ตาม!! สาวขับหนี-มือปืนไล่แซง ชักปืนยิงสองสาวทะลุเข้าอก

 วันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.ต.นพวิชญ์ วาจาสุจริต สวส. สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งเหตุมีชาวบ้านถูกยิงบาดเจ็บสาหัส บนถนนสายบ้านซาว-ล่องควน หมู่ 6 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กองทัพ เสนาทิพย์ ผกก.สภ.สะบ้าย้อย พ.ต.ท.วิจิต ยกทรัพย์ รอง ผกก.(ป) และชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ จอดล้มตะแคงอยู่ ข้างทาง 1 คัน และกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสาว 2 คน นำส่ง รพ.สะบ้าย้อย ทราบชื่อ คือ น.ส.มลฤดี ทองเป็นไชย อายุ 35 ปีอยู่บ้านซาว หมู่ 7 ต.ทุ่งพอ อ.สะบ้าย้อย ถูกกระสุนปืนลูกซองยิงเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้าย บาดเจ็บสาหัส น.ส.สร้อยเพชร ถานกุมา อายุ 26 ปี อยู่ ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ถูกกระสุนปืนชนิดเดียวกันยิงเข้าบริเวณแขนและขาบาดเจ็บเช่นกัน ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้บาดเจ็บทั้งสองคนกำลังขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านเช่า ไปบ้านล่องควนถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้ง ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสียี่ห้อ และป้ายทะเบียน ขี่ไล่ตามหลังมา หญิงสาวทั้งสองพยายามเร่งเครื่องหนี แต่คนร้ายได้เร่งเครื่องแซง แล้วชักปืนลูกซองยิงใส่ 2 นัด ถูกหญิงสาวทั้งสองคน ทำให้รถเสียหลักล้มลงข้างทาง ส่วนคนร้ายได้เร่งเครื่องรถขับหลบหนี

เจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนสอบสวนสาเหตุว่าเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หรือเป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนอาการบาดเจ็บของหญิงสาวทั้งสองคนล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องนอนดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาล

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านสระแก้วช้ำ! นอนหลับเพราะปวดเมื่อยจากการดำนา กลับถูกโจรลักรถจักรยานยนต์ขี่เข้าเขมร

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 06.00 น. นายวาทิน พักน้อย อายุ 35 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม. 6 บ้านมะกอก ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากนายเขียว เฟื้องฟุ้ง อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ม. 6 บ้านมะกอก ต.ทัพเสด็จ ว่า มีคนขโมยรถจักรยานยนต์ ที่จอดไว้ในบ้านไป หลังรับแจ้งจึงได้พาลูกบ้านออกสกัด พบแต่รอยรถจักรยานยนต์ ถูกขี่ออกไปที่ชายแดนด้านทิศเหนือของหมู่บ้านคลองแผง ต. ตาพระยา และจากการติดตามรอยรถจักรยานยนต์ ไปพบว่า คนร้ายได้ขี่ข้ามฝั่งกัมพูชาไปแล้ว จึงได้เดินทางไปแจ้งความกับ พ.ต.ต.มาณพ เกลียววาณิช ร้อยเวร สภ.ตาพระยา ไว้เป็นหลักฐาน  นายเขียว เฟื้องฟุ้ง เจ้าของรถบอกว่า ตนเองได้นำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยาม่าฮ่า สีน้ำเงิน หมายเลขทะบียน 461 สระแก้ว จอดไว้ที่หน้าบ้าน และล็อคคอไว้อย่างดี ประมาณ 4 ทุ่มของเมื่อคืนนี้ ไก่ในเล้าร้องตกใจตนเองจึงลุกขึ้นมาดู แต่ก็ไม่มีอะไร และรถจักรยานยนต์ก็ยังจอดอยู่ที่เดิม ตนเองจึงกลับเข้าไปนอน แต่เนื่องจากฝนได้ตกลงมาพรำๆ บวกกับความปวดเมื่อย เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้ดำนามาทั้งวัน จึงหลับไปอย่างสนิท มารู้สึกตัวตอนเช้าจึงลุกขึ้นมาล้านหน้าแปรงฟัน พบว่ารถจักรยานยนต์ได้ถูกขโมยไปเสียแล้ว เหลือแต่เพียงหมวกกันน็อค ที่หัวขโมยทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านมะกอกบอกว่า ช่วงที่ผ่านมารถจักรยานยนต์ ได้หายกันไม่เว้นแต่ละวันจนไม่รู้ว่าจะป้องกันกันได้อย่างไร

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเข้าห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ลื่นขาลงร่องน้ำติดเหล็ก เอาออกไม่ได้

ที่ปราจีนบุรี เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 26 มิถุนายน 59 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี รับแจ้งทางสายด่วน 1669 มีผู้ประสบอุบัติเหตุขอความช่วยเหลือบริเวณปั๊มบริการน้ำมันเอสโซ่ หน้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี หมู่. 9 ตำบลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังรับแจ้งพร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยจำนวนหนึ่งไปยังที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณที่ปัสวะห้องน้ำชายของปั๊มน้ำมันดังกล่าว มีชายทราบชื่อต่อมาคือนายทรงพล มุ่งขุนทด อายุ 27 หนุ่มพนักงานโรงงานบริษัท ฮิตาซิ จำกัด ในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี พบว่าขาข้างซ้ายติดคากับเหล็กของล่องระบายน้ำบริเวณทางเดินเข้าออกของห้องน้ำ ที่มีความลึกประมาณ 30 เซตติเมตร และกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ช่วงบริเวณหัวเข่าไปติดกับเหล็กแล้วเกิดขึ้นไม่ได้ สร้างความเจ็บปวดร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา ท่ามกลางผู้คนที่มารอเข้าห้องน้ำยืนดูอย่างใจจดใจจ่อ14669449431466944956lต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างงัดเหล็กเพื่อนำขาออกมา ใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมงก็สามารถงัดเหล็กนำขาออกมาได้ พบว่าบริเวณหัวเข่ามีรอยขูดเขี่ยนและเขียวช้ำและปูดบวมย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนาดีเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาต่อไป นายทรงพล หนุ่มผู้เคราะห์ร้าย เปิดเผยว่า หลังจากที่ไปเที่ยวจังหวัดระยองโดยโรงงานจัดขึ้นมีพนักงานของบริษัทไปเที่ยวทั้งหมดจำนวน 2 คันรถบัส ขณะที่เดินทางกับหอพักของโรงงานในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี รถได้จอดแวะปั๊มน้ำมันเพื่อให้ลงไปปัสวะ หลังจากที่ปัสวะเสร็จแล้วกำลังจะเดินไปขึ้นรถขาข้างซ้ายเกิดลื่นตกลงไปในล่องระบายน้ำและขึ้นไม่ได้ จนกระทั่งร้องขอความช่วยเหลือโชคดีที่ขาไม่หักดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

พบซากช้างป่าห้วยขาแข้งนอนตายพื้นที่แนวกันชน ไม่พบร่องรอยทำร้าย-ตัดชิ้นเนื้อหาสารพิษ

 เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่บริเวณพื้นที่ป่าแนวกันชน หมู่ที่ 14 บ้านเขาเขียว ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พบซากช้างป่าห้วยขาแข้ง ตายโดยไม่ทราบสาเหตุจึงได้รายงานทางวิทยุไปยังสถานีห้วยขาแข้งให้มาตรวจสอบ ตรวจสอบเป็นช้างรุ่น ยังไม่มีงา เบื้องต้นนั้นยังไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือถูกตัดอวัยวะชิ้นใด  ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้นายสมโภชน์ มณีรัตน์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทราบในเรื่องดังกล่าวและประสานไปยังสัตวแพทย์ เพื่อเข้าตรวจสอบชันสูตร ซากว่าตายจากสาเหตุใด ต่อมาเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายศุภฤกษ์ กลั่นประเสริฐ รองหัวหัวหน้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นผู้นำทีม ผ่าตัดเพื่อชันสูตรซากศพช้างเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ผลปรากฏว่า จากการผ่าบาดแผลลึก 2 แผล ที่ศีรษะช้างผ่าพิสูจน์ดูแล้วไม่พบอะไร มีแต่ร่องรอยแผล ไม่พบหัวกระสุนปืนที่คาดว่าจะมีพรานป่ามายิง และไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุการตาย แต่ทางสัตวแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ เพื่อหาสารพิษอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

แหกด่านได้เรื่อง!! กระบะขนต่างด้าวเหินตกคูน้ำ ทหารควบฮัมวี่ไล่ล่าพุ่งทับรถ เจ็บ31คน

 วันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.บำรุง วสุนทรานิติกุล รอง ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุ รถยนต์พลิกคว่ำมีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงแจ้งให้ พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ทราบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ อุปกรณ์ตักถ่าง รุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณคูน้ำข้างทางบ้านห้วยน้ำใส ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบรถยนต์นิสสัน นาวารา สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บจ 3206 พังงา ใกล้กันพบรถยนต์ทหารฮัมวี่สีเขียวทับอยู่ด้านบน ตกอยู่ข้างคูน้ำ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์นิสสันได้บรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบหนีจากบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์ทหารไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกแก่งเสี้ยนได้แหกด่านหลบหนี ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีฝกตกอย่างหนักในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ลื่นไถลตกข้างทาง ทำให้ผู้ที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บดังกล่าว พ.อ.สุทธิพงษ์ พืชมงคล รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 9 กล่าวว่า สำหรับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเข้ามาทำงานในไทย ซึ่งฝ่ายทหารได้สืบทราบข่าวว่าจะมีการเดินทางผ่านบริเวณบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงดำเนินการตั้งจุดสกัดจับกุม แต่รถดังกล่าวได้ขับฝ่าด่านและหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ตำบลปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์ฮัมวี่ทหารไล่ติดตามมาจำนวนหนึ่งคัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางดินลูกรังและไม่มีไฟส่องสว่าง คนขับรถยนต์กระบะน่าจะไม่ชำนาญเส้นทางได้ขับรถพุ่งตกลงไปในคูน้ำที่อยู่สุดถนนพอดี ก่อนที่รถยนต์ทหารที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะพยายามหยุดแต่ช่วงก่อนหน้าเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนลื่น รถยนต์ทหารจึงพุ่งตกลงไปทับรถยนต์กระบะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 31 คน สาหัส 2 คน โดยพบว่ามีเด็กอยู่ในรถด้วย สำหรับรถยนต์กระบะมีนายต้นรัก จำรุญโชติกอบจิต ซึ่งเป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ส่งตัวมารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้สอบปากคำและดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด ส.ท.หนุ่ม วัย 22 ซิ่งบิ๊กไบก์ดับคาที่ รถพังยับ เผยก่อนตายเคยถูกเตือน!!

14666462231466646476lวันนี้ 22 มิ.ย. ร.ต.อ.จตุพล ทฤษฎีสุข ร้อยเวรฯ สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถ จยย.บิ๊กไบก์ชนต้นไม้ คนขับขี่เสียชีวิต ที่เกิดเหตุบนถนนสายปราจันตคาม หรือ 3452  (ปราจีนบุรี – ประจันตคาม)  หน้าร้านข้าวมันไก่ ก่อนถึงองค์การโทรศัพท์ tot ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและพร้อมแพทย์เวรฯ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปที่เกิดเหตุโดยที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่ช่องจราจร ฝั่งเข้าตัวเมืองปราจีนบุรี พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายสวมชุดเครื่องแบบทหารลายพราง ทราบชื่อ ส.ท.กฤตพร จันทร์ประไพ อายุ 22 ปี สังกัดหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ค่ายจักรพงษ์ ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี สภาพศพกะโหลกศีรษะแตก ขาซ้ายหัก เลือดไหลนองเต็มพื้นถนน  ข้างศพพบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สีน้ำเงิน รุ่น GSX หรือรุ่น K7 ขนาด 1,000 ซีซี ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนขาดครึ่งท่อน ล้อหน้าติดไปกับตัวถังน้ำมันสภาพตัวรถและเครื่องยนต์กระจายเกลื่อนเต็มถนนพังยับเยิน และตัวถังเครื่องยนต์ อยู่ข้างต้นไม้ พร้อมมีรอยชนจนกิ่งไม้หักลงมานอกจากนี้พบหมวกกันน็อก และรองเท้าคอมแบตของผู้เสียชีวิตกระเด็นหลุดออกร่างร่าง
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้ขับรถออกมาจากห้างสรรพสินค้าโรบินสันด้วยความเร็วสูง เพื่อรีบไปรับแฟนสาวที่ธนาคารแห่งหนึ่งในตัวเทศบาลเมืองปราจีนบุรี  จากรถที่ซีซีสูง และขนาดรถใหญ่กว่าสภาพร่างกายคนไทย ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ รถพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทางอย่างแรง เสียชีวิตทันที หลังชันสูตรพลิกศพได้ให้หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนหน้านี้ (12 เม.ย.) พบว่าในโลกออนไลน์ ในเฟซบุ๊กมีสมาชิกใช้ชื่อ “หนุ่มเกมฮอต” เขียนถึง ผู้เสียชีวิตไว้ว่า “ฝากถึงน้องทหาร ที่ขับ k 7 สีฟ้าขาวนะครับ ใครเป็นเพื่อนรบกวนช่วยเตือนสติ หรือแคปไปให้มันอ่านทีครับ ขับขี่เบา ๆ หน่อยครับ ชาวบ้านเขาด่าพ่อมึงทั้งปราจีนฯ รวมทั้งตัวกูที่ด่ามึงด้วย น้องขับได้เ_ียยมากครับ  เบา ๆ หน่อยครับ  เขาไม่ได้ด่ามึงคนเดียว กูโดนด้วย รถกูก็ยังไม่มา กูโดนด่าเพราะมึงมาหลายวันละ ขับอย่างนี้อายุมึงไม่พ้น 30 แน่นอน เพราะไม่โดนตีนตาย  ก็รถคว่ำตาย ไม่ได้แช่งนะครับเรื่องจริง”

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าสุดหล่อ” หมาหน้าเซเว่นที่เมืองชลฯ ถูกคนใจร้ายใช้มีดฟันนับสิบแผล

เจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าช่วยเหลือ เจ้าสุดหล่อ สุนัขที่ถูกคนใจร้ายใช้มีดฟันนับสิบแผล ด้านชาวบ้านที่คอยให้อาหารวอนอย่าทำร้ายมันเลยเพราะมันไม่มีทางสู้ที่ชลบุรีผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ กำลังเข้าช่วยเหลือ เจ้าสุดหล่อ  สุนัขเพศผู้ สีดำ อายุประมาณ 3 ปี ที่มีบาดแผลเต็มตัวโดยอยู่ในอาการหวาดกลัวคนไม่ยอมให้คนเข้าใกล้ บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อภายในหมู่บ้าน แฟมมิลี่ซิตี้ หมู่ 12 ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะจับตัวมันได้ แล้วมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม บาดแผลฉกรรจ์ 1 แผล และมีบาดแผลถูกฟันตามร่างอีกหลายแห่ง เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์พานทองสอบถามนางนะมน อายุ  37 ปี ชาวบ้านที่คอยให้อาหารสุนัขตัวนี้ เล่าว่า เจ้าสุดหล่อ เป็นสุนัขจรจัดที่มักจะนอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ปกติเป็นสุนัขที่เชื่องไม่เคยทำร้ายใคร ช่วงเย็นที่ผ่านมา ขณะตนเองกำลังนำอาหารมาให้เจ้าสุดหล่อ ก็ได้ยินเสียงมันร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บริเวณด้านข้างร้านสะดวกซื้อ จึงรีบไปดูก็พบมันถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ และอยากฝากถึงคนใจร้ายที่ทำมันว่า อย่าไปทำมันเลยเพราะมันไม่มีทางสู้ เป็นแค่สุนัขจรจัดตัวหนึ่งเท่านั้นอย่าไปทำร้ายมันเลย คาดว่าเจ้าสุดหล่อ ถูกฟันช่วงหลังร้านสะดวกซื้อ ตรวจสอบไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งวัยรุ่นอาจจะทำไปด้วยความคึกคะนอง แต่ก็สงสารเจ้าสุดหล่อที่ถูกฟันเย็บกว่า 30 เข็ม

ที่มา>>>ข่าวสด

ศิษย์วัดเสือ เมืองกาญฯ โอดสัตว์ที่เหลือในวัดร่วม 2,000 ตัวใกล้อดตาย ขอความช่วยเหลือ

14665661811466566247lจากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำโดยนายอดิศร นุชดำรง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มค 432/2559 ลงวันที่ 30 พ.ค.2559 เข้าดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งของกลาง จำนวน 137 ตัว ที่ฝากให้ พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน และประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เลี้ยงดูแลมาตั้งแต่ ปี 2544 โดยการดำเนินการขนย้ายเสือเริ่มวันที่ 30 พ.ค. เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.59 สำหรับเสือของกลางทั้งหมดมีจำนวน 147 ตัว ล่าสุดวันนี้ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจภายในบริเวณโดยรอบพื้นที่ของวัด เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีสัตว์นาๆ ชนิดเช่น วัว ควาย เก้ง กวาง หมูป่า และสัตว์ชนิดอื่นๆที่อาศัยอยู่ภายในวัดเกือบ 2,000 ตัว ที่ทางวัดยังต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูสัตว์เหล่านี้อยู่ สำหรับบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีนายเกษมศร พลชัย ลูกศิษย์ของวัดกำลังฉีดน้ำทำความสะอาดพื้นที่ประตูหน้าวัด ส่วนนายอำนวย โยธี และนายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว กำลังช่วยกันขนผักบุ้งขึ้นไปไว้บนรถยนต์กระบะเพื่อนำไปให้กับสัตว์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ภายใน ผู้สื่อข่าวจึงขออนุญาตเข้าไปสำรวจด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

สำหรับบรรยากาศภายในวัด พบว่ามีสัตว์ป่าประเภทเก้ง กวาง เดินหาอาหารกระจัดกระจายอยู่บนเชิงเขาที่เต็มไปด้วยโขดหิน โดยไม่มีหญ้าที่เป็นอาหารสัตว์ขึ้นมาให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ส่วนสัตว์ประเภทหมูป่า ที่ในอดีตเคยเดินเพ่นพ่านให้นักท่องเที่ยวได้เห็นมากกว่า 1,000 ตัว ปัจจุบันพบเห็นได้จำนวนน้อยมาก ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบว่า หมูป่าที่มีอยู่ได้เข้าไปหากินภายในป่าด้านในที่ลึกเข้าไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเชิงเขาเต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ ทำให้มองไม่เห็นโดยระหว่างที่นายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว โยนผักบุ้งลงจากรถ ก็พบว่ามีสัตว์ประเภทกวาง ได้วิ่งกรูกันออกมาจากที่ซ่อนตัว แย่งผักกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อกินหมดกวางเหล่านั้นก็ได้วิ่งตามรถมาอย่างกระชั้นชิด แต่ผักที่เหลืออยู่ไม่สามารถให้ได้ เนื่องจากต้องนำไปให้ วัว และควาย อีกกว่า 100 ตัว ที่รออยู่บริเวณประตูวัด แต่นายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว และนายอำนวย โยธี ได้ช่วยกันนำอาหารเมล็ดที่ยังคงพอมีเหลืออยู่ในห้องเก็บของออกมาให้กวางได้กินเป็นอาหารเสริม

และขณะที่ทั้งสองขับรถยนต์กระบะไปถึงหน้าประตู เมื่อฝูงวัวและฝูงควายมองเห็นต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาล้อมรถยนต์เอาไว้ เพราะสัตว์เหล่านี้รู้ดีว่าลูกศิษย์วัดทั้งสองกำลังนำอาหารมาให้ เมื่อโยนผักบุ้งลงไป ทั้งฝูงวัวและฝูงควายต่างก็แย่งกินกัน ซึ่งมีไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ได้กิน เนื่องจากผักไม่เพียงพอกับจำนวนของวัวและควายที่มีอยู่ บางตัวมีสภาพร่างกายที่ผอมโซ และได้แต่ยืนมองตัวที่แข็งแรงกินผักเท่านั้น

โดยนายเกษมศร พลชัย ลูกศิษย์วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เปิดเผยภายหลังว่า สัตว์ชนิดต่างๆที่ทางวัดเลี้ยงเอาไว้มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันได้เข้าไปอาศัยอยู่ตามจุดต่างๆทำให้มองไม่เห็นเพราะพื้นที่ของวัดมีบริเวณที่กว้างมาก สำหรับอาหารสัตว์ที่มีอยู่ก็ได้รับการบริจาคจากลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อสายวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ นำมาบริจาคให้ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ที่มีอยู่ เพราะว่าสัตว์เหล่านี้กินอาหารตลอดทั้งวัน ก็อยากจะวิงวอนขอให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว หรือหน่วยงานภาครัฐ ที่มีจิตศรัทธา สงสารสัตว์เหล่านี้ มาช่วยกันบริจาคอาหารสัตว์ได้ที่วัด ไม่ว่าจะเป็นพืชผักชนิดต่างๆ สัตว์ก็สามารถกินเป็นอาหารได้หมดด้านนายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว กล่าวว่า หลังจากที่ทางกรมอุทยานฯขนย้ายเสือของกลางออกไปหมด ทำให้ทางวัดต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเหมือนในอดีต ซึ่งก็ส่งผลกระทบกับเงินรายได้ที่นำมาซื้อพืชผักมาเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ และพวกตนก็ไม่มีรายได้อะไร ส่วนอาหารการกินของพวกตนก็ต้องอาศัยข้าวจากก้นบาตรพระ ที่ต้องอยู่ก็เพราะพวกตนสงสารสัตว์กลังว่าเมื่อมีผู้นำอาหารมาบริจาคแล้วจะไม่มีใครนำอาหารเข้าไปให้สัตว์ที่อยู่ด้านใน

“ทุกวันนี้อาหารที่มีผู้นำมาบริจาคก็ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำไปให้เฉพาะช่วงเช้าและเย็นเท่านั้น สัตว์บางชนิดบางตัวก็เริ่มป่วย และเริ่มตั้งท้อง พวกตนก็ต้องปล่อยไปตามสภาพ ซึ่งหากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสัตว์แพทย์ เข้ามาให้ความช่วยเหลือดูแลสุขภาพของสัตว์เหล่านี้บ้างเป็นระยะๆ ก็จะเป็นการดี และขอฝากไปถึงประชาชนที่มีใจรักสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดก็ตาม ขอให้ช่วยกันนำอาหารมาบริจาคให้กับสัตว์ที่มีอยู่ได้กิน เชื่อว่าทุกคนมาจะได้บุญไปตามๆกัน เพราะสัตว์ประเภทวัว และควาย เป็นสัตว์ที่มีชาวบ้านไถ่ชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำมาถวายให้กับทางวัดเป็นผู้เลี้ยงดู มาตั้งแต่เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว จนมีการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก”นายณัฐวุฒิ กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เช็คบิลไม่มีเงินจ่าย!! สั่งปิดร้าน อดีตปลัดถามใหญ่มาจากไหน-ถูกยิงสาหัส หนุ่มโดดช่วยตาย

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่ร้านอาหารวรรณคาราโอเกะ เลขที่ 119/34 หมู่ 1 ตลาดซอย 1 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมผู้บังคับบัญชา แพทย์เวร รพ.ชลบุรี และ กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ พบภายในร้านคาราโอเกะ โต๊ะอาหารล้ม มีเศษขวดแตกเกลื่อน ที่พื้นพบร่างนายภูมิชาย อิสสระวิริยกุล อายุ 50 ปี อดีตปลัดอำเภอเกาะสีชัง ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณคาง 2 นัด ไหล่ขวา 1 นัด นอนจมกองเลือด ร้องครวญครางอาการสาหัส กู้ภัยฯ รีบนำร่างส่ง รพ.ชลบุรี ห่างออกมาเล็กน้อยพบศพนายฉลาด อนุรักษ์ อายุ 46 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ถูกยิงนอนเสียชีวิตข้างเวทีดนตรี สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า มือปืนที่ยิงมานั่งในร้านก่อนและได้โทรเรียกผู้ตายและบาดเจ็บมานั่งดื่มกินกัน จนทั้งหมดเมาและร้านเลิก ขอเช็กบิล แต่มือปืนบอกว่าไม่มีเงิน มีอยู่ 300 บาทเอง และได้บอกให้ปิดร้านเลย อย่าเปิดอีก ทางผู้บาดเจ็บจึงได้บอกว่า ใหญ่มาจากไหนถึงสั่งปิด หลังจากนั้นได้ทะเลาะกันจนชกต่อยกันล้มลง ผู้ตายได้มาช่วยผู้บาดเจ็บ จนเกิดชกกันอีกคู่ จนกระทั่งผู้ชายใส่เสื้อดำได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายอย่างใจเย็น จนฟุบลง และเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นได้หันมายิงอดีตปลัดอีกหลายนัดจนล้มลง แล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถเก๋งสีดำอย่างใจเย็น ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้ติดตามจับกุมมือปืนโหดมาดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้แล้วว่ามือปืนเป็นใคร

ที่มา>>>ข่าวสด